ซวยเช็ดเคล็ดขัดยอก

posted on 10 Sep 2009 19:24 by baduser

อาทิตย์ก่อนที่โรงเรียนผมจัดงานประกวดครับ เป็นงานประกวดธรรมดาๆที่จะเอาความสามารถอะไรก็ได้มาโชว์กันบนเวที และคำว่าอะไรก็ได้ในที่นี้ผมหมายถึงอะไรก็ได้จริงๆครับ จะร้องเพลง เต้นแซมบ้า บรรยายเรื่องประเทศ อ่านกลอน สอนแอ๊บแบ๊ว อะไรก็ได้ตามใจคนแสดง ถ้าไม่กลัวบุพการีขายหน้าก็ทำได้ไม่มีใครห้าม

 ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพราะเนื้องในโอกาศที่มีคนใหญ่คนโตมาเยือนโรงเรียน ทางสำนักอาจารย์เลยอยากจะหาอะไรเอนเตอร์เทนพวกเขาเหล่านั้นกันหน่อย ซึ่งจะรุ่งหรือจะร่วงผมเองก็แยกไม่ออกจริงๆ

 

วันพฤหัสเป็นวันแสดง ดังนั้นวันพุธครูเลยได้ประกาศหารายชื่อผู้ที่อยากเข้าร่วมแล้วก็จดไว้เพื่อที่จะได้ไล่ลำดับการแสดงได้ถูก ผมมองไปรอบๆห้องก็พบว่าหลายคนเสนอชื่อตัวเองออกไปประหนึ่งนักมวยปล้ำหิวโซสั่งรายการอาหารโดยที่อาจารย์ที่ทำหน้าที่เป็นบ๋อยก็นั่งจดรายชื่อมือเป็นระวิง ผมเห็นดังนั้นเลยสงสาร ไม่เสนอชื่อออกไปทั้งๆที่ความสามารถผมก็เลิศล้นพ้นปฏพี...ไม่ได้อายหรือไร้ความสามารถจริงๆนะ เชื่อผมสิ

 

และแล้ววันจริงก็มาเยือน งานแสดงจะมีตอนบ่ายดังนั้นช่วงเช้าเลยเสียไปกับการซ้อมซะส่วนมาก จอร์นกับบล็อก 2หนุ่มจากจีนเลือกที่จะแสดงร้องเพลงครับ เฮนรี่ได้ให้กำลังใจอย่างเป็นกันเองกับทั้งคู่ว่า

 

เฮนรี่ : เยี่ยมมากเลย เยี่ยมมาก

 

แต่หลังจากที่จอร์นกับบล็อกได้หายกันไปฝึกซ้อมการแสดงกัน2ต่อ2แล้ว กัปตันเฮนรี่ก็ได้เลี้ยวหัวเรือกลับแบบฉับพลันทันใดชนิดที่ทำเอาลูกเรืออย่างผมผงะ

 

เฮนรี่ : ไอว่ามัน2ตัวไม่ชนะหรอก เชื่อไอสิ

 

และ ณ วินาทีนั้น นายเฮนรี่จากเวียดนามก็ได้สอนคำสุภาษิตไทยที่ว่า “หน้าไหว้หลังหลอก” ให้คนไทยแต๊ๆอย่างผมได้เข้าใจอย่างกระจ่างแจ้ง อืม..มันเป็นอย่างนี้นี่เองสินะ โลกมนุษย์

 

เวลาผ่านไปเรื่อยๆอย่างอืดอาดพอๆกับหอยทากคลาน ผมกับเฮนรี่ที่ไม่ได้มีส่วนร่วมในการแสดงก็นั่งเล่นนั่งคุยไปเรื่องรอเวลาพักเที่ยง ซักพักครูก็เข้ามาเพื่อถามย้ำอีกครั้งว่าจะมีใครอยากแสดงอีกมั๊ย จู่ๆเฮนรี่ก็ยกมือ ผมหันไปมองอย่างแปลกใจนิดๆเพราะไม่คิดว่าเฮียแกอยากโชว์เพราะเมื่อวานก็นั่งปฏิเสธเป็นพัลวัน แต่แล้วเฮนรี่ก็ได้แสดงให้ผมได้รู้ว่าตัวเองคิดผิดครับ

 

เฮนรี่ : มิสๆ เคนอยากแสดงครับ (พูดพร้อมกับยกมือผมขึ้นด้วย)

กอล์ฟ : แว้กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

 

นั่นเป็นเสียงเดียวที่ออกมาจากลำคอผมในตอนนั้นเพราะตกใจเล็กน้อย(?) แต่นั่นยังก็ไม่น่าตกใจเมื่อเทียบกับความจริงจังในสีหน้าของอาจารย์ที่พอรู้ว่าผมอยากมีส่วนร่วม(แบบไม่เต็มใจ)ก็จัดการลากปากกาลงกระดาษและเดินดุ่มๆออกจากห้องทันทีโดยไม่หันมามองผู้เข้าร่วมอย่างผมที่มีสีหน้าเหวอที่สุดในรอบปีประหนึ่งเป็นพระเอกจากในละครหลังข่าวตอนที่รู้ว่านางเอกกำลังจะไปเรียนต่อเมืองนอก

 

กอล์ฟ : แว้กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

 

อยากจะพิมพ์คำว่าแว้กให้ยาวซัก2เอาทรี่เพื่อแสดงความตกใจ

เฮนรี่ไอ้ตัวต้นเรื่องหันมามองหน้าผมด้วยสีหน้าอึ้งๆเช่นกัน เพราะอันที่จริงแล้วเฮียแกก็แค่ล้อเล่นไม่คิดว่าครูจะเอาจริง

 

มัดมือชก...

นายสอนสุภาษิตไทยให้เราอีกแล้วนะเฮนรี่

 

 

จากที่เวลาเดินเป็นหอยทากคลานเริ่มพัฒนาระดับความความเร็วขึ้นจนเท่ากับชีต้าร์ติดจรวจ 1นาทีผ่านไปอย่าง1วินาที รวดเร็วมากจนผมรู้ตัวอีกทีก็พักกลางวันซะแล้ว มื้อกลางวันของผมวันนั้นเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปสุดสิ้นคิดที่ดูเหมือนว่าวันนี้มันจะไปอัพเกรดความสิ้นคิดให้รสชาติมันมาด้วย ผมกินเข้าไป2-3คำก็เอาไปทิ้งถังขยะเพราะกินต่อไม่ลงจริงๆ ในหัวของผมตอนนั้นมีแต่คำถามที่ว่าการแสดงวันนี้จะเอายังไง ถ้าเปรียบความครุ่นคิดแบบง่ายๆก็น่าจะมีระดับความเครียดเท่ากับตอนที่พระเอกนั่งคิดว่าจะปล่อยให้นางเอกไปเรียนต่อหรือจะรั้งเขาเอาไว้นั่นแหละครับ

 

สมองของผมว่างเปล่าจริงๆครับตอนนั้น ไม่ได้คิดมาก่อนว่าจะต้องมาแสดงเลยไม่ได้เตรียมตัว เฮนรี่เห็นดังนั้นเลยรู้สึกผิด เดินเข้ามาเสนอทางออกที่เหมือนกับทางตันให้ผม

 

เฮนรี่ : ยูมาร้องเพลงเวียดนามกับไอมั๊ย

 

ไอ้สาดดดดดดดดดดดดดดดดด

ผมคนไทยนะค้าบ ไม่ใช่คนเวียดนาม แค่พูดก็เพี้ยนแล้วนี้เจ้ายังจะให้ข่อยไปร้องเพลงอีกเรอะ

 

ผมแทบจะร้องกรี๊ดเป็นเมดเล่ย์ ในหัวจากที่ว่างเปล่าอยู่แล้วราวกับถูกหลุมดำครอบครองพื้นที่ ดูดสรรพสิ่งให้หายไปเหลือไว้แต่เพียงความมืดมิดที่ดำมือพอๆกับความหวังที่จะเอาหน้ารอดจากเหตุการณ์ของผม เพื่อนๆหันมามองผมแบบเป็นห่วงปนกลัวนิดหน่อย คงเป็นเพราะสีหน้าผมในตอนนั้นที่แสดงออกมาอย่างชัดเจนว่าเครียดมาก

 

ตอนนั้นผมคิดอะไรไม่ออกจริงๆ จะใครหรืออะไรก็ไม่สนแล้ว จากที่เล่นได้ตลอดทั้งวันก็กลายมาเป็นคนเงียบขรึม ผมตามหาครูที่จดรายชื่อเพื่อบอกว่าที่เฮนรี่พูดไปนั้นแค่ล้อเล่น นั่นเป็นโอกาสสุดท้ายแล้วที่จะช่วยให้ชื่อเสียงของตระกูลไม่เสื่อมเสียในรุ่นผม แต่จนแล้วจนรอดสิ่งที่อาจารย์ทำก็มีเพียงล๊อกประตูแห่งความหวังแล้วหักกุญแจทิ้งโดยให้เหตุผลกับผมว่า

 

ครู : ทำไปเถอะน่ะเคน ถ้ายูไม่ทำแล้วใครจะทำ ขำๆ

 

คร้าบบบ ขำๆ ผมว่าผมจะทำให้คนอื่นขำน่ะสิค้าบ คนอื่นเขาได้เตรียมตัวมาก่อนอย่างน้อยก็1วันแต่ผมไม่มีอะไรเลยแม้แต่แผนว่าวันนี้จะแสดงอะไร นี้ถ้าคิอไม่ออกภายใน10นาทีนี้น่ะ พ่อจะออกไปเล่นเกมในมือถือโชว์จริงๆด้วยเอาสิ ในหัวของผมเริ่มคิดไปเรื่อยๆถึงสิ่งที่ผมน่าจะทำได้

เมื่อวันก่อนจำได้ว่าพึ่งร้องเพลงเล่นกับเซบาสเตียนเพื่อนชาวโคลัมเบีย ชื่อเพลง Shut up เนื้อหาและมิวสิกสนุกมาก แต่ครั้นจะให้ไปตะโกนป้าวๆ ชัตอัพๆ ต่อหน้าผู้หลักผู้ใหญ่ก็คงจะห่ามไป ไม่เหมาะกับความปลอดภัยทางชื่อเสียงและร่างกายอย่างยิ่ง

 

เอาว่ะ ทุกปัญหาต้องมีทางแก้ ทุกปัญหาต้องมีทางแก้

 

เฮนรี่ : เคน เหลืออีกชั่วโมงกว่าเองนะ ยูคิดได้รึยังว่าจะแสดงอะไร

ว้ากกกกกกกกกกกกกก ไม่มีทางแก้แล้วโว้ยย !!!!!

 

 

หลังจากที่กลับมาตั้งสติใหม่ คิดๆอยู่นาน ตัดสินใจ แล้วก็ล้มเลิกวนเป็นวัฐจักรอนาถอย่างไม่จบไม่สิ้น จู่ๆความคิดของผมก็ลอยไปหาแม่ครับ

ครั้งนึงเมื่อยังเป็นเด็กผมเคยบอกแม่ว่าผมอยากเรียนเทควันโด้ และแม่ก็ได้ต่อกิ่งก้านความฝันของผมด้วยการพาไปเรียนเปียโน ในตอนนั้นผมได้ตั้งคำถามกับแม่ซึ่งจวบจนวันนี้ผมก็ยังไม่ลืมบทสนทนาในวันนั้น

(โปรดตัดเป็นภาพขาวดำเพื่อเพิ่มอัตรสหรือไม่ก็เป็นสีแดงน้ำตาลๆก็ได้ตามใจชอบ)

 

กอล์ฟ : โหแม่อ่ะ แม่บอกผมทีซิว่าเปียโนมันแทนเทควันโด้ได้ตรงไหนอ่ะ

แม่ : เอาน่า เหมือนๆกัน

กอล์ฟ : แล้วถ้าผมเจอโจรหรือถูกใครรังแกแม่จะให้ผมเล่นเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์ให้เขาฟังเหรอ

แม่ : เอาน่า ซักวันกอล์ฟก็จะรู้เองแหละว่าเปียโนมันมีประโยชน์

 

(จบการย้อนความ...ตัดกลับมาเป็นภาพสีได้ครับ)

 

แม่ครับ ...

ผมร๊ากกกกก แม่

 

แม่ฮะ แม่พูดถูกจริงๆด้วย เปียโนมันมีประโยชน์จริงๆฮะ

 

ครับ ทางเลือกสุดท้ายในตอนนั้นของผมคือการแสดงเปียโนที่จำโน๊ตได้เพียงแค่เลือนลาง

ไม่รอช้า ผมตรงดิ่งไปยังห้องคอมเพื่อเสิร์จหาโน๊ตเพลงทันที เพลงที่ผมจะเล่นเป็นเพลงของบีโทเฟ่น (Beethoven) ชื่อว่า For Elise ก่อนจะมาออสเตรเลียผมเคยฝึกเล่นเพลงนี้อยู่พักนึงแล้วเลิกไปจึงเล่นได้ไม่จบ แต่แค่ตอนต้นก็น่าจะมากพอที่จะแก้สถานการณ์ฉุกเฉินนี้ไปได้

 

ผมมองนาฬิกาในตอนนั้นบอกเวลาได้ว่าเหลือแค่1ชั่วโมงก่อนที่งานจะเริ่ม ผมใช้เวลาไปกว่า10นาทีเพื่อเปิดคอมพิวเตอร์เพราะจู่ๆมันก็เกิดอืดซะงั้น อารมณ์ประมาณพระเอกตอนจะไปตามหานางเอก มันต้องมีเหตุการณ์บ้าๆทำนองรถติด ยางแตก น้ำมันหมด มดขึ้นจักกะแร้ให้อีพระเอกขัดใจอยู่เรื่อย ผมเองก็เช่นกันเพราะผมสังเกตุคอมของคนข้างๆแล้วก็พอว่ามันเร็วปานรถแข่ง ผมใช้เวลาอีกประมาณ20นาทีในการณ์หาโน๊ตก่อนที่จะรู้ตัวว่าผมกำลังเสิร์จผิดคนจากบีโทเฟ่นเป็นโมสาร์ตเพราะอย่างที่บอกไปว่าไม่ได้เล่นมาซักพักจึงลืมๆชื่อของคนแต่งรวมไปถึงชื่อเพลงด้วย สิ่งเดียวที่จำได้คือทำนองว่าร้องยังไงครูประจำห้องคอมเลยบอกได้ว่าใครแต่ง ก็เหมือนกับตอนอื่นๆของนิยายที่พอพระเอกมาถึงสนามบินแล้วก็จะต้องเจอกับคนที่เดินขวักไขว่มากมายประหนึ่งว่าวันนี้ขึ้นเครื่องบินฟรีทั่วโลก หลังจากที่มึนหัวอยู่นานไอ้พระเอกก็เหลือบไปเห็นหลังของผู้หญิงแวบๆที่ดูคล้ายกับนางเอกจึงวิ่งตามไปและก็ได้รู้ว่าจำคนผิด

 

20 นาทีต่อมาได้หายไปกับการหาโน๊ตที่ถูกต้องเพราะบีโทเฟ่นแต่งเพลงเยอะมาก เวลาเสิร์จเลยมีหลากหลายจนมึนว่าอันไหนคิออันที่ผมตามหา ในที่สุดผมก็หาเจอแต่ปัญหาต่อมาก็ได้นั่งไขว่ห้างอยู่ข้างๆผมแล้วครับ

 

กูจะไปหาเปียโนได้จากไหนนนนน !!!!!!

 

ที่แรกที่ผมคิดออกคือห้องดนตรี ผมวิ่งหอบแดดไปอย่างรวดเร็วเพื่อพบกับความว่างเปล่าในห้อง เวลาในตอนนั้นเหลือแค่ประมาณ5นาทีก่อนงานเริ่ม ราวกับว่าฟ้าเริ่มเห็นใจในความซวยของอีพระเอกจึงได้ดลบรรดารให้ไอ้พระเอกนึกได้ว่าตัวเองอยู่ในยุคที่มีมือถือที่ต่อให้อยู่ท่ามกลางคนนับร้อยก็ยังสามารถโทรคุยกับนางเอกได้...

 

อาจาร์ยของผมเดินมาหาพอดีเลยคร้าบบบบบบบบบบบบบบ

 

กอล์ฟ : มิสครับ ไอจะเล่นเปียโนนะ

ครู : อ้าว งั้นต้องรีบแล้วล่ะ

 

ว่าแล้วอาจาร์ยก็เดินไปขอยืมเปียโนจากห้องออฟฟิสให้ อันที่จริงมันเป็นแค่คีย์บอร์ดแต่ก็ใช่แก้ขัดกันได้ไม่เป็นไร

ผมใช้เวลาที่เหลืออย่างคุ้มค่าในห้องเงียบๆห้องนึง อาจาร์ยบอกว่าการแสดงของผมจะเป็นคนสุดท้ายซึ่งเป็นการต่อเวลาที่มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผมนั่งอ่านทวนโน๊ตแล้วเล่นตามช้าๆอย่างที่ได้เรียนมาเมื่อยังเป็นเด็ก นึกโทษตัวเองในใจที่ไม่ยอมตั้งใจเรียนจนถึงที่สุด ถ้าทำได้ผมอยากจะกลับไปกราบขอโทษคุณครูผู้สอนเปียโนให้กับผมจริงๆ

 

ผมหงุดหงิดเล็กน้อยที่ตอนนั้นเล่นยังไงก็เล่นไม่ได้ ผมเลยหลับตาพักทำสมาธิ ฉับพลันเสียงของอาจาร์ยในวัยเด็กก็ดังเข้ามาในหัวโดยไม่ได้ตั้งใจ

 

ครูวลี (ครูสอนเปียโน) : เวลาอยากเล่นเพลงอะไรนะ ให้ลองเล่นช้าๆที่ละมือ พอมือนึงคล่องแล้วก็ให้ไปฝึกอีกมือ อย่าพยายามเล่น2มือพร้อมกับถ้ายังไม่คล่อง

 

ครูวลี :  เล่นที่ล่ะห้อง เล่นช้าๆ ใจเย็นๆ ไม่ต้องรีบ

 

ครูวลี : จัดมือให้สวย จะเล่นได้ดีขึ้น

 

ครูวลี : ถ้าเล่นผิดให้เล่นต่อไปเรื่อยๆ ไม่ต้องตกใจ

 

น่าแปลกที่ตอนนั้นผมไม่ได้ตั้งใจฟังครูมากเท่าไหร่แต่ตอนนี้ผมกลับจำได้ทุกคำพูดจนขึ้นใจ ถ้าครูอยู่ตรงนี้ผมเชื่อว่าผมคงไม่ลังเลที่จะถลาเข้าไปกอดอย่างที่ผมทำเป็นประจำเวลาที่เล่นเพลงไม่ได้หรือเวลาที่อยากอู้เลยทำอ้อน ถ้าในวันนี้ครูมานั่งข้างๆเวลาผมเล่นเปียโนอย่างทุกทีแล้วล่ะก็ ครูคงจะตีมือผมที่บิดๆเบี้ยวๆเป็นท่าทางแปลกๆแลดูน่าเกลียดไม่ได้แล้วล่ะครับ วันนี้ผมได้พิสูจน์แล้วว่า9ปีที่เรียนมาผมนั้นได้มีพัฒนาการไม่มากก็น้อย มือผมอยู่ในท่าที่ถูกแล้วนะครับครู

 

 

ผมได้ยินเสียงเปิดประตูช้าๆ ถึงแม่จะเบามากแต่ด้วยความที่ห้องนี้เงียบมากเลยค่อนข้างดัง ตอนแรกผมคิดว่าเป็นอาจารณ์ที่เข้ามาจะบอกให้เตรียมตัวหรือไม่ก็เฮนรี่ที่มาดูสารทุกข์สุขดิบของผมหลังจากที่ได้ปล่อยระเบิดก้อนโตโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่เมื่อผมหันไปผมก็พบคนอื่นนอกเหนือความคาดหมาย

 

กอล์ฟ : ถ้ายูจะมากวน ไอจะถีบยูจริงๆนะ

โลร่า : เปล่าๆๆ ... ยูซ้อมต่อไปสิ

 

มามุขไหนว่ะเนี่ย ปกติเจอกันก็แทบจะฆ่าให้ตาย เอาเถอะวันนี้ถือว่ายกเว้นล่ะกัน

 

ผมหรี่ตาไม่ไว้ใจหน่อยๆตามประสาคนที่ถูกประทุษร้ายมาตั้งแต่อาทิตย์แรกที่เจอกันแต่ก็หันกลับมาสนใจกับเปียโนต่อ เป็นการเล่นเปียโนที่ตะกุกตะกักมากที่สุดในชีวิตผมเลยก็ว่าได้ ผมเล่นผิดๆถูกๆแล้วจบลงด้วยเสียงถอนหายใจเซงๆของตัวเอง รู้สึกได้เลยว่ายัยบ้าข้างๆยิ้มนิดหน่อยตอนที่ผมแทบจะเอาหัวฟาดกับกำแพง

 

กอล์ฟ : ขำบ้าอะไร

โลร่า : เปล่าๆ ยูเล่นต่อสิ

 

กำลังจะเล่น ประโยคโดนใจประจำวันก็พุ่งหลาวฝ่าอากาศเข้ามาปักกลางหัวซะก่อน

 

ครู : เคนๆ คิวต่อไปของยูแล้วนะ ยกคีย์บอร์ดมาเตรียมเร็ว

 

ว้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก !!!!!!

 

ได้แต่กรีดร้องอยู่ในใจเงียบๆ พอตื่นตูมจนเป็นที่พอใจแล้วไอ้กอล์ฟแสนรันทดก็ยกคีย์บอร์ดออกเดินไปด้วยเสียงหัวใจที่เต้นรัวเมื่อรับรู้ได้ถึงระยะห่างที่สั้นลงระหว่างตนกับความอับอายขายขี้หน้าของบุพการี...พ่อครับแม่ครับ ผมขอโต๊ดด

 

ระยะทางสั้นๆระหว่างห้องแสดงและห้องซ้อมของผมสั้นลงกว่าที่ควรจะเป็น ข้างๆมียัยโลร่าที่พยายามจะช่วยยกคีย์บอร์ดอย่างสุดความสามารถโดยหารู้ไม่ว่าตัวเองไม่ได้ช่วยบรรเทาความหนักซักเท่าไหร่ในเมือน้ำหนักส่วนมากมันเทมาฝั่งที่ผมถือ หน้าเวทีจอร์นกับบล็อกกำลังร้องเพลงอะไรซักอย่างเป็นภาษาจีนที่พอฟังดูแล้วก็สามารถลบคำสบประมาทของเฮนรี่แบบจมดินเลยทีเดียว ผมรับรู้ได้ถึงแรกจิ้มจึกๆจากคนข้างๆเลยหันไปมอง สิ่งที่พบคือกำปั้นที่ชูขึ้นมาในระดับสายตา

 

กอล์ฟ : อะไรของยู ท้าต่อยรึไง

โลร่า : (ทำหน้าเหมือนอมขี้แล้วใช้มืออีกข้างมาชนๆกันเป็นการใบ้)

 

ผมร้องอ๋อนิดๆแล้วใช้มือข้างที่ถนัดกำเป็นกำปั้นชนเข้ากับมือของโลร่าแบบที่วัยรุ่นผู้ชายชอบทำเวลาที่ได้ทำอะไรเท่ๆสำเร็จ อืม...เหมือนครั้งนี้ใช้ผิดวัตถุประสงค์ไปหน่อยนะ

 

การร้องเพลงคู่ของจอร์นบล็อกจบไปแล้ว เหลือแต่การแสดงเดี่ยวของบล็อกที่ร้องเพลง You are not alone ของไมเคิล แจ็กสัน พอเฮียแกเริ่มร้องทั้งห้องถึงกับตกอยู่ในความเงียบใครจะรู้ว่าเสียงของผู้ชายชาวจีนที่วันๆเอาแต่บ้ารถแข่งอย่างบล็อกจะขับร้องเพลงของราชาเพลงป๊อปได้เพราะขนาดนี้ ....โห ยูแอ๊บความสามารถไว้ก็ไม่มีบอกอ่ะ

 

หลังจากที่เพลงเพราะๆของไมเคิล แจ๊กสันได้จบลงไปพร้อมกับเสียงปรบมือแล้วก็ได้เวลาของความเสื่อมเสียในบทเพลงของบีโทเฟ่นที่กำลังจะถูกบรรเลงโดยกระผม เอาว่ะ เป็นไงเป็นกัน ไม่รอดก็แถมันดื้อๆเนี่ยแหละ

 

หลังจากที่กล่าวแนะนำเพลงที่จะแสดงแล้วผมก็นั่งลงช้าๆ ในหัวมีแต่อะไรก็ไม่รู้เต็มไปหมด ข้อมูลในหัววิ่งกันวุ่นแถมตีกันจนดูไม่ออกว่าอะไรเป็นอะไร ผมจรดนิ้วลงไปบนคีย์บอร์ดช้าๆ เล่นอย่างงดงามในตอนแรกเพราะผ่านการซ้อมมานานตั้งแต่ยังไม่มาออสเตรเลียก่อนที่บทเพลงแสนไพเราะจะเริ่มเน่าในตอนท้าย ฝ่ามือผมชื้อเหงือแห่งตื่นตูมนครเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ หัวผมเริ่มสร้างหลุมดำขนาดเท่ากับกระเพาะปลาวาฬขึ้นมาดูดเอาตัวโน๊ตและวิธีการเล่นไปจนหมด เมื่อความมั่วเริ่มเข้าครอบครองการแสดงผมเลยเลือกที่จะเล่นท่อนแรกซ้ำไปมา2รอบแล้วรีบโค้งตัวอำลาอย่างไวว่องก่อนที่ต้นตระกูลผมจะอับอายไปมากกว่านี้ ...

 

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

มันจบแล้วครับ มันจบแล้ว

 

การแสดงที่มีการเตรียมตัวตั้งแต่ เลือกการแสดง หาโน๊ต หาคีย์บอร์ด ซ้อมย่อยและซ้อมใหญ่ภายใน1ชั่วโมง ผมทำมันไปแหล่วว ผมยกคีย์บอร์ดออกมาด้วยสีหน้าเหมือนยกประเทศรัสเซียออกจากอก

 

สุดท้ายผมมานั่งเอ๋อๆเหวอๆในห้องซ้อมก่อนหน้านี้พร้อมกับคำว่ามันจบแล้วในหัวที่ดังอย่างต่อเนื้อง

 

กะ...กูทำได้ กูทำด้ายยยยย !!!

 

สุดท้ายแล้วผมก็ไม่ได้ดูการแสดงของทุกคนเลยไม่อาจตัดสินได้ว่าใครเป็นที่หนึ่ง แต่ผู้ชนะในงานนั้นคือบล็อกของพวกเราเองครับ(โห ทำนายได้ผิดสุดขั่วเลยเฮนรี่คุง) หลังจากการแสดงจบมีปาร์ตี้เล็กๆเลยได้ย้ายไปอีกห้อง ในห้องมีขนมเรียงให้กินได้ตามใจชอบ กระเพาะที่ไม่มีอะไรตกถึงนอกจากมาม่า3คำของผมเลยร้องประท้วงเรียกหาความยุติธรรมในแผ่นดิน แต่ก่อนที่ผมจะได้กระโจนเข้าหาอาหารฟรี ไอ้ตัวประกอบที่หายหน้าไปทั้งวันก็โผล่มาครับ

 

กิ๊บ : เฮียเล่นห่วยมาก

 

แล้วขณะที่พี่กำลังโชว์ห่วยเอ็งหายหัวไปไหนมาว่ะ !!!!!

 

กอล์ฟ : เฮียมีเวลาซ้อมแค่10นาที แค่นี้ก็ดีถมถืดแล้ว

กิ๊บ : เฮียกล้ามากที่ออกไปเล่น

กอล์ฟ : เออ ไม่อยากไปนักหรอกแต่ถ้าไม่ไปเฮียต้องทำให้แฟนคลับผิดหวังเลยต้องออกไปน่ะ คนของประชาชนก็เงี่ย

กิ๊บ : บอกชื่อแฟนคลับเฮียมาซักคนซิ

กอล์ฟ :....

กิ๊บ : ไม่มีชิมิ

กอล์ฟ : ...เออน่ะ ว่าแต่เราเหอะ หายไปไหนมาห่ะ เฮียจะเป็นบ้าอยู่แล้วไม่เห็นมาช่วย

กิ๊บ : อ๋อ ไปเล่นไพ่มา

กอล์ฟ : ...

 

พี่เกลียดเอ็ง !!!!!!!!

 

 

ปล. ไม่อยากจะยอมรับว่าเอนทรี่นี้ทำให้ผมแอบน้ำตาซึมตอนคิดถึงเรื่องวัยเยาว์ ขอบคุณแม่และครูวลีอีกครั้งนะครับ ขอบคุณจริงๆฮะ

ปล2. คิดไปเองหรือเอนทรี่นี้มันเหมือนแต่งนิยายวัยรุ่นยังไงไม่รู้ ดูใช้คำเข้า จักจี้ดีแหะ

 

edit @ 11 Sep 2009 17:03:06 by SILY

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

บอกกับตัวเองอีกครั้ง..มันจบแล้ว5555+Hot!

#1 By สะท้อน on 2009-09-10 20:16

"ถ้ายูจะมากวน ไอจะถีบยูจริงๆนะ"

นึกสภาพหน้าตาตอนนั้น คงจะฮาอะ ยังกะในการ์ตูนbig smile

#2 By WiNNiEz on 2009-09-10 22:00

"คิดไปเองหรือเอนทรี่นี้มันเหมือนแต่งนิยายวัยรุ่นยังไงไม่รู้ ดูใช้คำเข้า จักจี้ดีแหะ"
เหมือนนิยายตลกมากกว่าค่ะ confused smile confused smile

เอนทรี่นี้ดูโลร่าเป็นคนดีนะเนี่ย

#3 By ToE - i on 2009-09-11 08:56

คห1 ใช้ครับ มัน จบ แหล่ววว (แทบจะออกไปดีดดิ้นกับพื้นโลก) ทุกวันนี้นี่ยังแอบกลัวเพลงของบีโทเฟ่นอยู่เลย ฟังแล้วนึกถึงวันนั้นทุกที 55


คห2 หน้าผมตอนนั้นเป็นไงก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้แต่ว่ามันคงจะบิดๆเบี้ยวๆและผสมความเครียด+ความกลัวและความตื่นเคต้นไว้มากพอที่จะทำให้คนที่มาเห็นทำหน้าปวดขี้ได้


คห3 นิยายตลงสำหรับคนอ่าน นิยายเศร้าเคล้าน้ำตาสำหรับคนเขียน ...โฮกกก มันจบแล้วสินะ มันจะแหล่วว
ปล. ดีอยู่แค่วันเดียวแหละครับรายนั้นน่ะ

#4 By SILY on 2009-09-12 04:27

"คิดไปเองหรือเอนทรี่นี้มันเหมือนแต่งนิยายวัยรุ่นยังไงไม่รู้ ดูใช้คำเข้า จักจี้ดีแหะ "
จะใช้สำนวนยังไงมันก็ฮาอ๊ะ!! ยิ่งเสริมด้วยฉากพระเอกไปหานางเอกนี่ นึกภาพออกเลยฮ่ะ 555

เฮนรี่นายยอดมาก!! XD เพื่อนพาซวยโดยแท้เลย
โลร่าตอนนี้ำทำไมดูน่ารักขึ้น?!

โอ๊ยย ชักหลงรักเพื่อนๆ ของ จขบ. แล้วค่ะ ฮ่าๆ
ปล. พยายามได้ดีนะคะคุณเจ้าของกระทู้!!
กรี๊ดดดดดดดดดดคุณขา
ขอโทษทีนะ อัพบล็อกเสร็จ ปวดหัว ปวดตา มากมาย
เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าๆ หรือเริ่มดีๆกว่านี้จะมาอ่านนะ
เอิ๊ก อ่านไม่ไหวจริงๆ

แหม่ พอมาเม้นแบบนี้
อยากให้คุณ จขบ ได้อ่านเอนทรีบ้าบออันนี้มากๆเลยค่ะ
http://j-di.exteen.com/20090911/entry-1
เป็นบล็อกเพื่อนนนนนซี้ของอีฟเอง
ลองไปอ่านเพลินๆๆๆนะคะ ฮาขี้แตกพอๆกัน
กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก


ขออำลา แล้วจะมาใหม่



คร่อกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกsad smile

#6 By eVeZaa on 2009-09-12 17:24

คห5 จากประสพการณ์การได้ใช้ชีวิตร่วมกับนายเฮนรี่แสนดีมานาน ผมขอยืนยันนั่งยันการันตรีเลยว่า

"ผมค้นพบเทพเจ้าแห่งความซวยประจำตัวแล้วครับ"
ว้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก


คห6 เชื่อหรือไม่ว่าผมไปอ่านเอนทรี่นั้นมาแล้วก่อนที่จะได้เห็นคอมเม้นของอีฟ(ขออนุญาตเรียกชื่อถ้วนๆนะฮะ เรียกคุณมันดูทางการแปลกๆ) ฮามากจริงๆด้วยยยย ย
มีหลายข้อที่ตรงกับผมเหมือนกันนะฮะ ฮ่าๆ

#7 By SILY on 2009-09-12 17:32

เอ่อ....ลืมบอกไป

ขอบคุณค่ะที่เป็น ห่ ว ง เอิ๊ก open-mounthed smile


แต่รางวัลคานทอง sad smile sad smile sad smile sad smile
กะจะให้แห้งเหี่ยวตายไปเลยรึ กร๊ากกกกกกก sad smile

รักษาสุขภาพเช่นกันนะคะ
ขอบคุณอีกรอบ

ไปจริงๆละ ไม่ไหวอย่างแรง







คร่อกกกกกกกกกกกกกกกกกก

#8 By eVeZaa on 2009-09-12 17:35

กอล์ฟฟฟฟ

แกน่าสงสารว่ะ

น้องเฮนรี่ของฉันไม่น่าเลยย cry

เเกเก่งว่ะ เล่นเปียโน เพลง ฝรั่งอารัยนั่น ได้ด้วย

เอาน่า ก็ยังดีกว่า ขึ้นไปเล่นเพลง ค้างคาวกินกล้วยก็แล้วกัน
sad smile


น้องโคอาร่า น่ารักจิงๆว่ะ double wink




สู้ๆ เว้ย อีกอล์ฟฟฟฟ double wink cry

#9 By Miwz! (61.90.97.100) on 2009-09-12 17:37

ง๊ากกกกกกกกกกกก กด submit พร้อมกัน ขอบคุณย์

เห็นแล้วค่ะ กร๊ากกกกกกกกกกก



จะได้ไปซะทีมิ


เปื่อย และ ป่วง บ้าไปแล้ว sad smile sad smile sad smile sad smile
กร๊ากกกกกกกกก คอมเม้นอีฟที่บล็อกนั้นน่ะ
รั่ว ป่วง สุดๆ มันเลยจะมาเอาคืน
ป่วงกันได้อีก ฮายโซว

อย่าลืมแจ้งชื่อนะคะจะได้เรียกถูก รู้ชื่อฝ่ายเดียว ได้เปรียบนิ
จะเรียกอะไรก็ได้ อีฟ ก็ได้ ยัยอีฟ ก็ได้ ไอ่ป่วง ก็ได้
กร๊ากกกกกกกกกกกกกก
วุ้ย
มารั่วใส่บล็อกคนอื่น ไม่ดีๆๆๆๆ


ขออำลา
กร๊ากกกกกกก คร่อก
sad smile

#10 By eVeZaa on 2009-09-12 17:38

ยาวดีจังเลยยยยยยยยยยย

แต่ผมสู้ ครับ ขนาด จขบ ยังอ่าน 50 ข้อนั้นได้เลย

ผม ขอไปอ่านก่อนนะครับ อิอิ open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile

#11 By j-di on 2009-09-13 01:32

cry cry cry cry

คุณเฮนรี่ นี้ คง สุดไปเลยนะเนี่ย 555555+

แว้กกกกกกกกกกกก ถ้าทางคงจะตกในมากกกก
ขนาดคิดว่า แว้กให้ยาวซัก2เอาทรี่ sad smile

นี้ขนาด จขบ ว่าไม่ได้เล่นเปียโนมานาน จะเล่นได้
สุด ๆ ครับ พรสวรรค์ ๆ ๆ ๆ ๆ cry cry
ส่วนผมเล่นได้แต่เคาะฝาหม้อทำกับข้าวแม่

ส่วน คุณ กิ๊บ sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile
ของเขาแรงจริงครับ 555555555+

ป.ล.1 ขอบคุณสำหรับการไปเยี่ยมเยียนนะครับ confused smile

ป.ล.2 ถึง คห. ที่ 6,8,10 หนิ กลับ มา อ่าน ด้วย นะ
อย่าเนียน 55555555+ open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile

#12 By j-di on 2009-09-13 01:53

แหม่ เจ๋งจริง

นี่ถ้าตอนนั้นไม่ได้เรียนเปียโนแต่เรียนเทควอนโด

คงได้เตะเฮนโชว์รี่แทนแหงเลย sad smile

#13 By ChimERaTeDdY on 2009-09-13 15:39


"ถ้ายูจะมากวน ไอจะถีบยูจริงๆนะ"

เมื่อหลายนาทีที่แล้ว อยากจะพูดคำนี้ออกไปชิบหาย
แต่พูดไม่ได้ ทำได้แค่โวยวายและหน้ามุ่ย
ขอบคุณ
ขณะที่กำลังรวบรวมพลังจักระเพื่อค่อยๆอ่านเอนทรีนี้
ทำไมจะต้องมีมารมากวนต่อมโมโห เซ็งเป็ด
อ่านไปได้ 1 พารากราฟ เริ่มมีเสียงลอยๆมาถามนั่นนี่
ตอบๆไป ไม่รู้ววววววววว tongue
อีก 5 วิ เสียงนั้นลอยมาถามคำถามเดิม พร้อมกับวัตถุอันใหม่
ฮ่วยยยยยยยยยยยยยยtongue tongue
กว่าจะฮึดมาอ่านได้ก็เหนื่อยจะตายแล้ว ยังจะมีสิ่งรบกวน
โสตประสาทอี๊กกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
เซ็ง

ฉะนั้น เอนทรีนี้ กว่าจะอ่านจนจบได้ มันเต็มไปด้วยอุปสรรค
ไม่ต่างกับที่ จขบ เจอมาในวันนั้น sad smile

ฮึ่ยยยยยยย รมณ์เสี๊ยยยยยยยยยยย

โห...ข้างบนนั่นคือบ่น ยังไม่ได้รวมคอมเม้นเลยนะนั่นsad smile

พอ่านจบแล้วก็นะ sad smile เฮนรี ทำกันได้ลงคอ
ความซวยเลยตกมาที่ จขบ เอิ๊กกกกกกกกก
แหม่..มันผ่านไปแหล่ว เหอๆๆๆ
คิดภาพตาม วุ่นวายได้อีก ฮ่าๆๆ เหมือนนิยายวัยรุ่นจริงๆ
คุณน้องสาว ก็ประเสริฐดีแท้ เอิ๊กopen-mounthed smile
ไม่เป็นไร The show must go on ฮ่าๆๆๆๆ
ยังดีนา ที่ยังพอจำได้บ้าง หุๆๆๆๆ

แว้กกกกกกกกกกกกกกกกก ไป 2 เอนทรี ฮ่าๆเอิ๊ก

ปล.หลอนๆว่าตัวเองจะเป็นไข้หวัด2009 sad smile
ยังไม่หาย แถมยังเป็นมากกว่าเดิม แต่อยากอ่าน
มันคาใจน่ะ เอิ๊กกกกก อีก 2 วันไม่หาย ต้องไปหาหมอ
และหวังว่าจะเป็นแค่ไข้หวัดธรรมดา sad smile

รักษาสุขภาพเน้อ ..confused smile


เป็นไง ยาวได้โล่มะ ฮ่าๆๆquestion

#14 By eVeZaa on 2009-09-13 19:53

confused smile

#15 By Mango Hotel on 2009-09-13 23:10